ฮายย

posted on 28 Jan 2015 21:30 by jomkwanfull
คือ
 
วันนี้ได้มาใช้คอมใช้เน็ตเลยอัพสักหน่อย
 
จริงๆการบ้านเยอะมากเลยนะ แต่ผ่อนคลายบ้างง
 
จริงๆเราว่าเราดีขึ้นแล้วนะ
 
ย้อนกลับไปสองเอนทรี่ที่แล้ว ทำไมชีวิตดูแซดจัง
 
555555555555
 
ขำตัวเองเนอะ
 
อืมม สองวันที่แล้ว เกิดแอคซิเดนท์ที่เป็นอะไรที่
 
ทั้งขำ ทั้งเครียด
 
เรื่องของเรื่องคือ เมื่อตอนเช้าของวันจันทร์ เราเตรียมตัว กำลังจะไปเรียน
 
ระหว่างที่เดินๆอยู่ข้างเตียง ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ส้นเท้าขวา
 
สะดุ้งเลยนะ เท้ากระดกขึ้นมาเลย
 
แต่คิดว่า เมื่อคืนคงนอนผิดท่า เท้าซ้นมั้ง
 
ก็เดินในห้องหยิบของอีกนิดหน่อยก่อนออกไป
 
ถ้าลงน้ำหนักที่ส้นเท้าขวา จะเจ็บมาก เลยเดินเลี่ยงๆ
 
พอไปเรียน กลับมา ระหว่างเดินก็ยังเจ็บๆบ้างนะ
 
แต่คิดว่าเท้าซ้นไง ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็หาย
 
ทีนี้กลับหอก็นั่งทำการบ้าน จนประมาณเกือบๆสี่โมง 
 
คือปกติเวลานั่งเก้าอี้ทำการบ้านเราชอบนั่งขัดสมาธินะ
 
แล้วจังหวะนึง เราเอาเท้าลงพื้น
 
แรงมาก
 
เอาส้นลงด้วย
 
รออะไรอยู่ครับ เจ็บสิครับ จี๊ดแบบ"หยิบ"เท้าขึ้นมาดูโดยอัตโนมัติเลย
 
เราตัวอ่อน เอาเท้าขึ้นมาแนบหน้าได้อ่ะ 
 
ก็เห็นจุดๆอยู่ที่เท้า 
 
เลยตรัสรูว่า อ๋อ ที่เจ็บเท้าคือเสี้ยนตำ 
 
เลยพยายามบ่ง นานมากกกก
 
จนเลือดที่เป็นจุดๆนั้นหายไปเพราะเหงื่อ (เท้าเราเหงื่อออกตลอดเวลา)
 
ก็ยังไม่เป็นแผล ไม่เห็นเสี้ยน 
 
ทีนี้ลองเอาที่ตัดเล็บมาเขี่ยๆตรงที่เจ็บ
 
ได้ยินเสียง "กิ๊ง กิ๊ง กิ๊ง"
 
ภาพเมื่อห้าวันที่แล้วผุดขึ้นมา
 
วันพุธที่แล้วเราทำกระจกแตก..
 
ย้อนไปวันพุธแป๊บ วันนั้นเจออะไรแย่ๆสี่อย่างรวด
 
ตอนเช้าทำกระจกแตก
ตอนเที่ยงทำน้ำหกลงไปในเป๋านักเรียน ชีทเปียกหมด
ตอนบ่าย เดินๆจะเหยียบนกตาย
 
พอคืนวันนั้นก็ฝันว่าขับรถชนคน
 
ย้อนกลับมา
 
จริงๆกระจกแตกในห้องน้ำ แต่เก็บๆ รวบรวมไปวางข้างเตียงก่อน
 
เหตุผลที่กระจกแตกในห้องน้ำ เพราะตอนนั้นเราปวดอึ
 
แต่ว่ายังไม่ได้ทาครีมทากันแดดทาแป้งทาปาก
 
เลยเอาของไปทำบนส้วม 55555555
 
นั่นแหละพอวางไว้ข้างเตียงกลับมาก็เอาไปทิ้ง
 
ก็สรุปว่าวางอิเศษกระจกนั้นไว้ข้างเตียง1วันถ้วน
 
ลมคงพัดเศษกระจกหล่นลงไปมั้ง คิดในแง่ดีนะ ไม่อยากโทษตัวเองที่เก็บไม่สะอาด55
 
เราก็ไลน์บอกแม่ว่าเนี่ย เศษกระจกฝังที่เท้า แต่เอาไม่ออก ทำไงดี
 
แม่ก็บอกว่าใจเย็นๆ เหนื่อยแล้วพัก แล้วลองใหม่
 
เราก็กำลังทำการบ้าน ต่งเรียงความฝรั่งเศสอยู่
 
ตอนนั้นคือ พอรู้ว่ามันเป็นกระจกอ่ะ มันเจ็บขึ้นนิดนึง
 
แต่เราก็พยายามคีบมันออกมาด้วย แล้วมันเ จ็ บ ม า ก
 
น้ำตาไหลอ่ะ
 
คือแกร่งมาก นั่งเขียนแรงความไป น้ำตาไหลไป
 
ก็ทำงานให้เสร็จ แล้วลอลแงะอีกที
 
ข้าวก็ยังไม่ได้กิน จะสองทุ่มแล้ว
 
ก็บอกเพื่อนๆไว้ด้วย เพื่อนก็ไลน์บอกในกรุ๊ปว่าไปหาหมอเหอะ
 
ทิ้งไวเดี๋ยวเป็นหนอง
 
นี่ก็..... ภาพตอนน้าทัศน์โดนเปิดแผลที่เงี่ยงปลาแทงเท้าลอยขึ้นมา
 
อืม.. ไปโรงบาลก็น่าจะดี
 
แต่ไม่รู้ว่า ในแง่ของพยาบาล เขาจะคัดกรองว่าเราอาการหนักพอจะรักษามั้ย
 
เพราะตอนนั้นมันก็มีแค่ห้องฉุกเฉินอ่ะ
 
เลยโทรถามแม่ เพราะแม่เองก็เป็นพยาบาล
 
แม่บอก จริงๆแล้วถ้าปล่อยไว้มันก็เป็นหนองและจะดันออกมาเอง
 
นี่ก็ได้ยินคำว่าหนองก็กลัวแล้ว
 
เลยบอกแม่ ยังไงก็จะไปโรงบาล
 
แม่บอกถ้าเจ็บก็ไป ไปตนนี้จะได้ไม่รบกวนเวลาเรียน
 
เลยบอกหวานหวาน เพื่อนที่อยู่หอเดียวกันแต่คนละอาคาร
 
หวานหวานก็มาทันที ซึ้งใจจริงๆ
 
คือแค่บอกวาจะไปนะ ไม่ได้บอกว่าให้ไปเป็นเพื่อน
 
นางก็มาเลย รักมึงนะะ
 
ก็ออกไป ขึ้นรถเอนจี้ไปถึงโรงบาล งงๆว่าจะเข้าตรงไหน
 
ก็เข้าอาคารปกติที่ไปปกติ
 
พยาบาลชี้ให้ไปแผนกฉุกเฉินซึ่งอยู่อีกอาคาร
 
นี่ก็เดินเขย่งๆต่อไป
 
ไปถึงบอกพยาบาล รอนิดหน่อย เขาก็ให้เข้าห้อง
 
โดยระดับความรุนแรงคือ "สีส้ม" (แม่บอกถ้ามาตอนเข้าอาจเป็นสีเขียวก็ได้)
 
นอนเตียงเข้าไปด้วย ขำเลย แผลยังไม่เห็นเลยอ่ะ 55555555555
 
เข้าไปปุ๊บ พี่ๆนักศึกษาแพทย์สี่ห้าคนก็มารุม
 
ถามว่าโดนไร
 
เราบอกเหยียบเศษแก้วมาพร้อมกับโชว์เท้าให้และย้ำว่า ไม่เห็นแผลนะคะ
 
พี่เขาก็ถาม แล้วรู้ได้ไงว่าเศษแกว้ นี่ก็บอก วันก่อนทำกระจกแตกค่ะ 
 
เขี่ยๆแล้วได้ยินเสียงด้วย 
 
พี่ๆยิ้มกันทั้งวง ฟังดูสยองเนอะ เป็นอะไรที่มองไม่เห็ฯ มีแค่เสียง
 
พี่ๆเขาก็ส่องไฟด้วยอุปกรณ์ส่องไฟที่ล้ำยุคมาก
 
เพราะมันมีฟังก์ชันที่หลากหลาย โทรเข้าออกได้ เล่นไลน์ได้ เล่นทวิตได้
 
ใช่ค่ะ เขาส่องกับไฟไอโฟน 555555555555555
 
เขาก็บอกว่าเห็นแล้วๆ แววอยู๋ข้างใน
 
นี่ชะโงกหน้าไป เห็นด้วยเหรอคะพี่ หนูส่องมาหลายชั่วโมงไม่ยักเจอ
 
พี่เขาก็พยายามแงะๆ กดๆ เกาๆ ถามว่าเจ็บมั้ยๆ
 
ก็บอกว่าเจ็บ เขาเลยบอกว่า งั้นฉีดยาชา
 
งืมมมมมมม ยาชาาาาาา
 
ตอนฉีดนี่แบบ.. เจ็บกว่าตอนที่เหยียบเข้าไปอีกค่ะ
 
แต่ยัง ความเจ็บปวดยังไม่หมด
 
ส่วนนี้ไม่รู้ว่าเรามั่วรึเปล่านะ แต่เราเข้าใจอย่างนี้จริงๆ
 
คือเฮียแกไม่ได้รอให้ยาออกฤทธิ์ แล้วแกแงะแผลเลย!!!!!
 
นี่แบบ คิดว่ายังฉีดยาอยู่ แต่ฉีดลงไปที่แผล เลยเกาะขอบเตียง
 
เกร็งขามากๆ ในใจท่องสุนทรพจน์ฝรั่งเศสจบไปเยอะอยู่
 
เจ็บสักพัก พี่เขาก็พูด เหมือนเจ็บเลยนะ
 
นี่ก็... เหมือนอะไรล่ะคะ เจ็บจนพูดไปออกแล้วค่ะ
 
แล้วเขาก็รอนิดนึง แล้วแงะอีก แต่ยังเจ็บอยู่ เป็นงี้สองสามครั้ง
 
คือแสดงว่าครั้งแรกที่เจ็บมากๆอ่ะ มันเป็นความเจ็บของ
 
การฉีดยาและการแงะตอนที่ยายังไม่ออกฤทธิ์
 
แต่พอยาออกฤทธิ์ก็หันหน้ามา ชะโงกดูตอนหมอทำเลย
 
พี่แกเอาใบมีดมาเขี่ยๆ "กิ๊ง กิ๊ง กิ๊ง"
 
พอออกมาชิ้นแรกเสร็จ แกบอกขอดูอีกนะเผื่อมีอีก
 
แกก็แงะๆ แล้วเสียงพี่นศพ.อีกสองคนที่บืนส่องไฟไอโฟนก็ดังขึ้นพร้อมกับพี่คนแงะ
 
"หูวๆๆๆ ใหญ่มากอ่ะ หูวๆๆๆๆๆ"
 
นี่หันไปดู เห้ย มันก็ใหญ่นะถ้าจะเข้าไปแล้วไม่มีแผล แต่มันก็ถือว่าเป็นเศษที่เล็กมากกก
 
นั่นแหละ เสร็จแล้วหมอปิดแผล กลับหอ
 
ขอกลับนี่เกินสามทุ่มแล้ว รถหมด
 
ต้องเดินกลับ
 
ซึ่ง มัน ไกล มาก มาก มาก มาก
 
มืดๆเดินกลับพร้อมนักศึกษาแพทย์คนอื่นๆ
 
นี่ก็เป็นอันจบเรื่องแอคซิเดนท์ อิอิ
 
ขอบคุณหวานหวานมากนะที่ไปเป็นเพื่อน รักนะะ
 
จบแล้ววว
 
ไปทำการบ้านต่อละ

Comment

Comment:

Tweet